ท่ามกลางความสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะ สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคหลอดเลือดสมองที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในสังคมไทย คำถามสำคัญของคนยุคใหม่อาจไม่ใช่เพียง “จะออกกำลังกายอะไรดี” แต่คือ “เราจะเลือกกิจกรรมที่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง และเข้ากับวิถีชีวิตของเราได้อย่างไร”

Pinehurst Golf Club & Hotel ชวนเปิดมุมมองใหม่ต่อ “กอล์ฟ” จากกีฬาที่หลายคนคุ้นเคย สู่กิจกรรมที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน ผ่านแนวคิด “Golf = Science-backed Wellness” หรือการมองกอล์ฟผ่านข้อมูลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยไม่ได้หมายความว่ากอล์ฟเป็นยารักษาโรคหรือสามารถทดแทนการดูแลโดยแพทย์ แต่คือการมององค์ประกอบต่าง ๆ ของกีฬาชนิดนี้ ตั้งแต่การเดิน การเคลื่อนไหว การใช้กล้ามเนื้อ การทรงตัว การอยู่กลางแจ้ง ไปจนถึงการใช้สมาธิและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ว่าสามารถเชื่อมโยงกับสุขภาวะกายและใจได้อย่างไร
กอล์ฟไม่ได้มีแค่ “วงสวิง” แต่คือกิจกรรมทางกายตลอดหลายชั่วโมง
หนึ่งในเหตุผลที่กอล์ฟได้รับความสนใจในมิติสุขภาพ คือหลักฐานจากการทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกอล์ฟกับสุขภาพ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร British Journal of Sports Medicine และรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกว่า 300 งานศึกษา โดยพบว่าการเล่นกอล์ฟสามารถเป็นกิจกรรมทางกายระดับปานกลาง หรือ Moderate Intensity Physical Activity โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นเดินในสนามแทนการใช้รถกอล์ฟตลอดรอบการเล่น
ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่ที่การตีลูกเพียงครั้งเดียว แต่เป็น “ผลรวมของการเคลื่อนไหว” ตลอดหลายชั่วโมง ตั้งแต่การเดินระหว่างหลุม การยืน การถ่ายน้ำหนัก การเคลื่อนไหวร่างกาย และการรักษาสมดุลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสำหรับคนวัยทำงานและผู้บริหารที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอหรือในห้องประชุม กอล์ฟจึงอาจเป็นอีกทางเลือกในการเปลี่ยนเวลาพักผ่อนให้กลายเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายได้เคลื่อนไหวอย่างมีความหมาย อย่างไรก็ตาม ระดับความหนักและประโยชน์ที่ได้รับย่อมแตกต่างกันไปตามรูปแบบการเล่น อายุ สภาพร่างกาย ลักษณะสนาม และความสม่ำเสมอของแต่ละบุคคล จึงไม่ควรตีความว่าการเล่นกอล์ฟเพียงครั้งเดียวจะสร้างผลลัพธ์ด้านสุขภาพได้ทั้งหมด
จากหลักฐานกว่า 500 รายการ สู่มิติหัวใจและหลอดเลือด การทรงตัว และสุขภาพโดยรวม
อีกหนึ่งหลักฐานสำคัญมาจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sports Medicine ซึ่งค้นพบเอกสารที่เกี่ยวข้อง 572 รายการ และคัดเลือกงานวิจัยที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 23 งานมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ผลการศึกษาพบว่าหลักฐานโดยรวมยังมีความหลากหลาย แต่พบสัญญาณเชิงบวกในบางด้าน เช่น การทรงตัว ความดันโลหิต และตัวชี้วัดด้านไขมันในเลือด รวมถึงมีข้อบ่งชี้ว่าการเล่นกอล์ฟอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ระบบหัวใจและหลอดเลือด และสุขภาพด้านเมตาบอลิซึมในบางมิติ
ประเด็นสำคัญคือ งานวิจัยไม่ได้บอกว่า “เล่นกอล์ฟแล้วจะไม่เป็นโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมอง” แต่สะท้อนให้เห็นว่า การมีกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการดูแลสุขภาพ และกอล์ฟสามารถเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยให้คนจำนวนมากมีโอกาสเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Pinehurst เลือกใช้คำว่า Science-backed Wellness เพราะ Wellness ที่น่าเชื่อถือไม่ควรเป็นเพียงคำโฆษณา แต่ควรยอมรับทั้งสิ่งที่หลักฐานสนับสนุน และสิ่งที่ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

คุณกรณ์ภัสสร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานที่ปรึกษา Pinehurst Group
ชวนมอง “กอล์ฟ” ให้ไกลกว่าคะแนนที่คุณทำได้
“เราอยากชวนให้คนไทยมองกอล์ฟในมุมที่กว้างขึ้น เพราะกอล์ฟไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของการแข่งขันหรือการตีให้ได้คะแนนดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่เราได้ขยับร่างกาย ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และได้ใช้เวลากับตัวเองและคนรอบข้าง Pinehurst เชื่อว่าการดูแลสุขภาพไม่ควรเป็นเรื่องที่เราต้องฝืนหรือแยกออกจากชีวิตประจำวัน หากเราสามารถเลือกกิจกรรมที่เราชอบและได้ประโยชน์ต่อร่างกายไปพร้อมกัน นั่นคือ Wellness ที่เข้ากับชีวิตจริง เราจึงอยากชวนทุกคนลองกลับมามองว่า ทุกก้าวที่เดิน ทุกวงสวิง และทุกชั่วโมงที่เราใช้ในสนาม อาจเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการดูแลตัวเองในระยะยาว” ผู้บริหารกล่าว
เพราะสุขภาพไม่ได้มีแค่หัวใจ แต่ต้องรวมถึง “กาย – ใจ – สมดุล”
นอกจากมิติของกิจกรรมทางกายแล้ว กอล์ฟยังมีองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะในหลายด้าน การใช้เวลาอยู่กลางแจ้ง การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมจากห้องทำงาน การใช้สมาธิจดจ่อกับการเล่น รวมถึงการพบปะผู้คน ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้กอล์ฟแตกต่างจากการออกกำลังกายบางรูปแบบ

ในด้าน Mental Wellness มีรายงานบางส่วนที่เชื่อมโยงการเล่นกอล์ฟกับการรับรู้ถึงความเครียดและความวิตกกังวลที่ลดลง แต่หลักฐานเฉพาะเรื่องผลของกอล์ฟต่อ Cortisol ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อความเครียด ยังมีจำกัด จึงไม่อาจกล่าวว่ากอล์ฟสามารถลด Cortisol ได้โดยตรงในทุกคน แต่สิ่งที่ Pinehurst ต้องการนำเสนอจึงไม่ใช่คำกล่าวว่า “เล่นกอล์ฟแล้วหายเครียด” แต่คือการชวนมองว่า กอล์ฟมีองค์ประกอบหลายประการที่วิทยาศาสตร์กำลังศึกษาและเชื่อมโยงกับสุขภาวะ ทั้งกิจกรรมทางกาย การจัดการความเครียด การอยู่กลางแจ้ง และคุณภาพของเวลาที่เราใช้กับร่างกายและจิตใจของตัวเอง ขณะเดียวกัน ทุกวงสวิงยังต้องอาศัย Posture และ Balance ตั้งแต่การยืน การควบคุมแกนกลางลำตัว การถ่ายน้ำหนัก การหมุนของลำตัว และการรักษาสมดุลระหว่างการเคลื่อนไหว หลักฐานบางส่วนพบความสัมพันธ์กับการทรงตัวและสมรรถภาพของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกในบางกลุ่มประชากร (แม้ไม่ควรตีความว่ากอล์ฟสามารถแก้ไขความผิดปกติของท่าทางได้โดยตรง)
Vitamin D : แสงแดดมีประโยชน์ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย
อีกองค์ประกอบหนึ่งของการเล่นกอล์ฟคือการใช้เวลาในพื้นที่กลางแจ้ง ซึ่งทำให้เกิดประเด็นเรื่อง Vitamin D ที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้จากการได้รับรังสี UVB จากแสงแดด แต่การได้รับวิตามินดีจากแสงแดดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และการอยู่กลางแจ้งก็ต้องควบคู่กับการป้องกันรังสี UV อย่างเหมาะสม ดังนั้น Wellness ที่มีวิทยาศาสตร์รองรับจึงไม่ใช่การรับแสงแดดให้มากที่สุด แต่คือการเข้าใจทั้งประโยชน์และความเสี่ยง แล้วหาสมดุลให้เหมาะกับแต่ละคน

พลิกภาพคุ้นเคยจาก “สนามกอล์ฟ” สู่ Golf & Lifestyle Community
แนวคิด Golf = Science-backed Wellness จึงเป็นส่วนหนึ่งของการวางบทบาทใหม่ของ Pinehurst Golf Club & Hotel ที่ต้องการก้าวไปไกลกว่าการเป็นสนามกอล์ฟ สู่การเป็น Golf & Lifestyle Community ที่กอล์ฟสามารถอยู่ร่วมกับ Wellness การพักผ่อน ธรรมชาติ การใช้ชีวิต และคุณภาพของความสัมพันธ์
ภายใต้พื้นที่สีเขียวและสนามกอล์ฟ 27 หลุม Pinehurst ต้องการชวนผู้คนกลับมาตั้งคำถามกับ “เวลาว่าง” ของตัวเอง จากเดิมที่อาจถามเพียงว่า “วันนี้จะไปพักผ่อนที่ไหน?” เปลี่ยนเป็น “วันนี้เราจะใช้เวลาอย่างไร ให้ทั้งร่างกายและจิตใจได้ประโยชน์กลับไปด้วย?” เพราะสำหรับคนยุคใหม่ การดูแลสุขภาพอาจไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมที่แยกออกจากชีวิตประจำวันเสมอไป หากกิจกรรมที่เราชื่นชอบสามารถผสานการเคลื่อนไหว ธรรมชาติ การพักผ่อน การเข้าสังคม และการดูแลสมรรถภาพของร่างกายไว้ด้วยกันได้ กิจกรรมนั้นก็อาจกลายเป็น Wellness ที่เข้ากับชีวิตจริงและทำต่อเนื่องได้ในระยะยาว



สำหรับ Pinehurst นี่คือความหมายของ Golf = Science-backed Wellness
ไม่ใช่การบอกว่ากอล์ฟเป็นคำตอบสำหรับทุกปัญหาสุขภาพ แต่เป็นการเปิดทางเลือกให้คนมองเห็นว่า การดูแลตัวเองสามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างการใช้ชีวิต บางที การไปสนามกอล์ฟครั้งต่อไปจึงอาจไม่ได้หมายความว่าเรากำลัง “ออกไปเล่นกีฬา” เท่านั้น แต่อาจหมายถึงการให้เวลาหลายชั่วโมงกับร่างกายของตัวเอง เดินมากขึ้น เคลื่อนไหวมากขึ้น ฝึกสมาธิ อยู่กับธรรมชาติ และใช้เวลากับคนที่เรารัก เพราะในวันที่สุขภาพกลายเป็นหนึ่งในทรัพยากรสำคัญที่สุดของชีวิต ทุกก้าวที่เดิน ทุกวงสวิงที่เกิดขึ้น และทุกเวลาที่เราเลือกดูแลตัวเอง อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของการมีชีวิตที่แข็งแรงและสมดุลขึ้นในระยะยาว
แหล่งอ้างอิงงานวิจัย
⦁ Murray AD, et al. The relationships between golf and health: a scoping review. British Journal of Sports Medicine. งานทบทวนหลักฐาน 301 งานศึกษาพบว่ากอล์ฟสามารถเป็นกิจกรรมทางกายระดับปานกลาง และมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับสุขภาพกายและ Mental Wellness โดยผู้วิจัยระบุด้วยว่ายังจำเป็นต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติมในบางประเด็น โดยเฉพาะการพิสูจน์ความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลโดยตรง
⦁ Golf and Physical Health: A Systematic Review. Sports Medicine. การทบทวนอย่างเป็นระบบพบหลักฐานเชิงบวกบางส่วนเกี่ยวกับการทรงตัว ความดันโลหิต และตัวชี้วัดด้านสุขภาพหัวใจและระบบเมตาบอลิซึม แต่ผลโดยรวมมีความหลากหลายและยังต้องการการศึกษาระยะยาวเพิ่มเติม
⦁ Singh B, et al. Effectiveness of physical activity interventions for improving depression, anxiety and distress: an overview of systematic reviews. British Journal of Sports Medicine. การรวบรวมงานทบทวน 97 ฉบับ ครอบคลุม 1,039 การทดลอง และผู้เข้าร่วมกว่า 128,000 คน สนับสนุนว่ากิจกรรมทางกายมีประโยชน์ต่ออาการซึมเศร้า ความวิตกกังวล และความทุกข์ทางจิตใจในผู้ใหญ่หลากหลายกลุ่ม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ : 02-5168679-84 / Line : @pinehurstline
Website: www.pinehurst.co.th / Facebook : Pinehurst Golf Thailand / Instagram : @pinehurstgolf.hotel
#pinehurstgolfclub #GolfSociety #GolfConnection #Golf #Golf course# Longevity# Wellness&Longevity#สนามกอล์ฟไพน์เฮิร์สท


